วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554

ทัศนศึกษา ณ หอศิลปวัฒนธรรมภาคตะวันออก






1. แหล่งการเรียนรู้หมายถึงอะไร
     ตอบ แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ หมายถึง ศูนย์รวมของวิชาความรู้ที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติบุคคล สิ่งประดิษฐ์ วัตถุ อาคาร สถานที่  ซึ่งมีอยู่กระจัดกระจาย ทั้งชุมชนเมืองและชุมชนชนบท อันเป็นขุมทรัพย์แห่งปัญญาที่แทรกซึมอยู่ในวิถีชีวิตของมนุษย์ เป็นแหล่งการเรียนรู้ที่ค้นพบได้อย่างไม่รู้จบ
2. หอศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออก เป็นแหล่งการเรียนรู้ เพราะอะไร

     ตอบ เพราะเป็นแหล่งที่ให้ข้อมูลข่าวสาร ความรู้และประสบการณ์ที่สามารถทำให้ผู้เรียนเกิดความรู้ได้ด้วยตัวเอง เป็นแหล่งเชื่อมโยงให้สถานศึกษาและชุมชนมีความใกล้ชิดกัน ทำให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาแก้บุตรหลานของตัวเอง และเป็นแหล่งเรียนรู้อย่างมีความสุข เกิดความสนุกสนานและมีความสนใจที่จะเรียนรู้ไม่เดความเบื่อหน่าย อีกทั้งทำให้ผู้เรียนได้รับการปลูกฝังให้รู้จักและรักทองถิ่นของตนเอง มองเห็นคุณค่าแฃะปัญหาในชุมชนของตน
3. หอศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออกเหมาะกับการสอนกลุ่มสาระใด

    ตอบ ถ้าจะถามแล้วว่าเหมากับการเรียนรู้กับกลุ่มใด คำถามนี้ถาตอบโดยภาพรวมแล้วศูนย์ศิลปวัฒนธรรมภาคตะวันออกนั้นเหมาะสมกับทุกสาระ  แต่ถ้าเราจะพูดกันชัดเจน ก็น่าจะมีเอกการสอนสังคม ที่เกี่ยวเนืองในหัวข้อของประวิติศาสตร์ความเป็นมาของภาคตะวันออก ที่จะแสดงตั้งแต่การดำเนินวิถีชีวิต  ความเป็นอยู่  แล้วก็ยังรวมไปถึงอารยะธรรมต่างๆ ซึ่งตรงกับสังคม  แต่ส่วนกลุ่มสาระอื่นก็สามารถบูรนาการได้เช่นกัน เช่นกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ  สามารถค้นหาคำศัพท์ทางประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ได้มากมาย กลุ่มศิลปะสามารถหัดกวาดภาพวิถีชีวิตการทำงาน  การหากินของอดีตถึงปัจจุบันของชาวภาคตะวันออก กลุ่มการงานอาชีพสามารถฝึกทำอาชีพหัตกรรม ของงชาวภาคตะวันออกที่มีความงดงามได้  เพียงแค่แหล่งการเรียนรี่แห่งเดียวแต่เป็นการรวบรวมเอาข้อมูลของชาวภาคตะวันออกมานำเสนอ  เราสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ได้กับหลากหลายกลุ่มสาระวิชา
4. แหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในภาคตะวันออกนาเสนอรายละเอียดของเนื้อหาใดบ้าง
    ตอบ 1.แหล่งโบราณคดีหนองโน จังหวัดชลบุรี
                2.แหล่งโบราณคดีโคกพนมดี จังหวัดชลบุรี เป็นแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์เพียงแห่ง เดียวในประทศไทย ที่พบหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของชุมชนโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์อายุ ประมาณ4,000-3,500 ปีมาแล้ว พึ่งพาอาหารจากทะเลเป็นหลัก และมีการอยู่อาศัยต่อเนื่องยาวนานกว่า 400 ปี และจากหลักฐานทางโบราณคดีที่พบอาจกล่าวได้ว่า โคกพนมดีเป็นจุดศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนระหว่างชุมชนที่อยู่ใกล้ทะเล 
             3..บริเวณภาคตะวันออกพบหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ประมาณ 10,000   ปีมาก่อนซึ่งแบ่งประเภทตามลักษณะภูมิประเทศในการตั้งถิ้นฐานได้เป็น 3 กลุ่ม คือ
   - บริเวณเพิงผาและถ้ำ สันนิฐานว่าเป็นกลุ่มชนที่ดำรงชีพด้วยการหาของป่าและล่าสัตว์
   - ที่ราบเชิงเขา สันนิฐานว่าเป็นกลุ่มชนที่ขยายตัวลงมาจากกลุ่มแรก รู้จักทำมาหากินแบบเกษตรกรรมระดับหมู่บ้าน
   - บริเวณเนินดินที่ล้อมรอบด้วยป่าชายเลนหรือป่าโกงกาง ในสมัยโบราณพื้นที่บางส่วนของภาคตะวันออกเป็นทะเล ชุมชนพึ่งพาอาหารจากทะเลเป็นหลัก
5. วิถีการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมบนแผ่นดินตะวันออกในยุคประวัติศาสตร์ก่อนสยามประเทศเป็นอย่างไร
   ตอบ บริเวณภาคตะวันออกนับเป็นดินแดนที่มีการติดต่อทางทะเลกับบ้านเมืองภายนอกมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย สืบเนื่องต่อมาในสมัยประวัติศาสตร์ตอนต้นตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 11-12 อันเป็นผลมาจากการติดต่อสัมพันธ์กับวัฒนธรรมจากภายนอกโดยเฉพาะอินเดีย มีการผสมผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่น เกิดเป็นกลุ่มบ้านเมืองที่มีพัฒนาการร่วมสมัยกับกลุ่มบ้านเมืองในวัฒนธรรมทวารวดีในบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและในบริเวณที่เป็นประเทศกัมพูชาในปัจจุบัน ดังปรากฏหลักฐานทางโบราณคดีทั้งโบราณสถานและโบราณวัตถุจำนวนมากในภาคตะวันออกซึ่งดินแดนที่มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม คือ อาณาจักรเขมรโบราณและวัฒนธรรมทวารวดี
6. ให้นิสิตบันทึกภาพตัวอย่างประเภทของเทคโนโลยีการศึกษาที่แบ่งตามกรวยประสบการณ์ของ Edgar Dale พร้อมคำอธิบาย



     นิทรรศการ (Exhibition) เป็นการจัดแสดงสิ่งของต่างๆ การจัดป้ายนิเทศ เพื่อให้ความรู้และสาระประโยชน์แก่ผู้ชม โดยการนำประสบการณ์หลายอย่างมาผสมผสานกันมากที่สุด


    ภาพยนตร์(Motion Picture)   เป็นประสบการณ์ที่ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยการเห็นและได้ยินเช่นเดี่ยวกับโทรทัศน์ แต่เรื่องราวต่างๆจะทุกบันทึกไว้ในลักษณะของฟิล์มหรืออยู่ในรูปแบบของ สื่อDVD หรือ VCD

   ภาพนิ่ง การบันเสียง วิทยุ (Recording, Radio and Still Picture) การบันทึกเสียงอาจอยู่ในรูปของแผ่นเสียงหรือเทปบันทึก วิทยุเป็นสื่อที่ให้เฉพาะเสียง ส่วนภาพนิ่งอาจเป็นภาพวาด ภาพล้อ หรือภาพเหมือนจริงก็ได้ ข้อมูลที่อยู่ในสื่อดังกล่าวสามารถให้ประสบการณ์กับผู้เรียนได้ โดยไม่ต้องมีความรู้ก็ได้ แต่สามารถเข้าใจเนื้อหาเรื่องราวที่สอนได้ เนื่องจากใช้วิธีการฟังและดูเท่านั้น

   
ทัศนสัญลักษณ์(Visual Symbol) เป็นประสบการณ์ที่เป็นนามธรรมมากขึ้น จำเป็นต้องคำนึงถึงประสบการณ์ของผู้เรียนเป็นพื้นฐานในการเลือกนำไปใช้ เช่น แผนที่ แผนสถิติ ภาพโฆษณา การ์ตูน และสัญลักษณ์ต่างๆ เป็นต้น


วัจนสัญลักษณ์(Verbal Symbol) เป็นประสบการณ์ขั้นสุดท้าย ซึ่งเป็นขั้นนามธรรมมากที่สุด ไม่มีส่วนคล้ายคลีงกับของจริง ได้แก่ ตัวหนังสือในภาษาเขียน เสียงของคำพูดในภาษาพูด เป็นต้น 

เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา


1. การเรียนการสอนแบบดั้งเดิมไปสู่การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนั้นมีการเปลี่ยนไปอย่างไร จงอธิบาย

ตอบ  การเรียนการสอนแบบดั้งเดิมจะเป็นแบบง่าย คือจะเรียนจากตำรา  มีการรับรู้แบบเฉื่อยเฉย ต่างคนต่าง เรียนต่างเอาตัวรอด ครูอาจารย์มีการสอนไปวันๆ เนื้อหาแบบเดิมๆ  ซึ่งปัญหาพวกนี้อาจจะทำให้ผู้เรียนขาดความรู้ ขาดประสบการณ์ต่างๆ มากมายจึงได้มีการปรับเปลี่ยนเพื่อปรับให้เข้ากับยุคใหม่ๆ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกมากขึ้นไป เปลี่ยนแปลงไปอันเนื่องมาจากอิทธิพลของสภาพแวดล้อมของทางเทคโนโลยีสาสนเทศ ซึ่งอาศัสื่อที่สมัย โดยเฉพาะคมนาคมและการสื่อสารเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวสามารถเชื่อมโยงข้อมูลและและผู้คนหลายสิบล้านทั่วโลกเข้าด้วยกัน มีการศึกษาเรียนรู้เพียงนิ้วสัมผัส

2. รูปแบบการศึกษาที่พึ่งเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งที่มีบุคคลหนึ่งได้กล่าวอย่างสนุกว่า "มีครูอยู่ 3 คน" ครูนั้นได้แก่ใครบ้าง และมีชื่อว่าอย่างไร มีประโยชน์อย่างไร
ตอบ   ครู 3 คน ได้แก่ 
            1.  Google มีชื่อว่า  อากู๋          - ประโยชน์  คือ  ช่วยหาข้อมูลที่เราสงสัยอยากรู้ได้ , คิดเลขได้, แปลภาษาได้,  Google maps อันนี้ เป็น แผนที่ประเทศไทย (มีทั้ง ไทย และ ประเทศ อื่นๆ),Google  Gmail หรือ Google Mail เป็นบริการอีเมลล์ฟรี  เป็นต้น
            2. WikiPedia  มีชื่อว่า น้องวิกี้   - ประโยชน์  คือ เป็นสารานุกรมฟรีบน Internet  เป็นเครื่องมือใช้
สะสมความรู้
     และ  3. Youtube  มีชื่อว่า อีตูป         - ประโยชน์  คือ  สามารถใส่ภาพวิดีโอเข้าไป เปิดดูภาพวิดีโอที่มีอยู่                            และแบ่ง ภาพวิดีโอ เหล่านี้ให้คนอื่นดูได้ด้วย  และยังเป็นเว็บไซต์ที่แลกเปลี่ยนภาพวิดีโอที่มีชื่อเสียงมากที่สุด  ที่สำคัญทุกอย่างที่นี่ฟรี
     
3. เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาในลักษณะ e-Learning แบบ Real-Time แตกต่างจาก Non Real-Time อย่างไร
    ตอบ    Real-time จะเป็นการสนทนาในลักษณะของการพิมพ์ข้อความแลกเปลี่ยนข่าวสารกัน หรือ ส่งในลักษณะของเสียง จากบริการของ Chat room     
  ส่วน  Non real-time  จะเป็นการส่งข้อความถึงกันผ่านทางบริการ อิเลคทรอนิคส์เมล์  Web Board News-group  





    4. Virtual Classroom คืออะไร
         ตอบ  Virtual Classroom  คือ  การเรียนการสอนแบบเสมือนจริง    ที่มีการเรียนการสอนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ของผู้เรียนเข้าไว้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ ของผู้ให้บริการเครือข่าย และคอมพิวเตอร์ผู้ให้บริการเว็บ  เป็นการเรียนการสอนที่จะเป็นการนัดเวลา หรือไม่นัดเวลาก็ได้  และนัดสถานที่นัดตัวบุคคล  เพื่อให้เกิดการเรียนการสอน  
   
   5. Asynchronous Learning คือรูปแบบการสอนโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในลักษณะใด
       ตอบ  Asynchronous Learning เป็นรูปแบบการสอนโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในลักษณะ การเรียนทางไกล (Distance learning) หรือการศึกษาทางไกล โดยผู้เรียนทางไกล หรือเรียนที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมาพบกันตามเวลาที่กำหนด

 6. Hypermedia คือเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาอะไร และนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไร
ตอบ เพื่อศึกษาข้อมูลหรือเนื้อหาความรู้ต่างๆ ทั้งในรูปของ ข้อความ เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว  โดยการเรียนรู้โดยใช้คอมพิวเตอร์
         นำมาใช้ประโยชน์  
        1.เรียกดูความหมายของคำศัพท์
        2. ขยายความเข้าใจเนื้อหาโดย ดูแผนภาพ หรือภาพวาด ภาพถ่าย หรือฟังคำอธิบายหรือฟังเสียง
            ดนตรี เป็นต้น
        3. ใช้สมุดบันทึกที่มี อยู่ในโปรแกรมบันทึกใจความสำคัญ
        4. ใช้เครื่องมือวาดภาพในโปรแกรมวาดแผนที่มโนทัศน์ของตน
        5. สามารถเชื่อมโยงข้อมูล ต่าง ๆ ที่สนใจมาอ่านได้โดยสะดวก
        6. ใช้แผนที่ระบบดูว่าขณะนี้กำลังเรียนอยู่ส่วนใดของบทเรียน

   








 7. ให้นิสิตเขียนตารางเปรียบเทียบแนวโน้มเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาใน 3 ยุค
แนวโน้มที่ 1
แนวโน้มที่ 2
แนวโน้มที่ 3
เป็นการสื่อสารมวลชนมากขึ้นทั้งๆ ที่สื่อหรือการสื่อสารบางอย่าง เริ่มต้นในฐานะเป็นสื่อระหว่างบุคคล เช่น โทรศัพท์ แต่ก่อนใช้เพื่อสื่อสารระหว่างบุคคลที่ต้องการใช้โทรศัพท์โทรถึงกัน แต่ตอนนี้โทรศัพท์สามารถใช้สื่อสารกับคนจำนวนมากโดยเทคโนโลยีอื่นๆ ประกอบ
สภาพของสื่อที่เป็นเสียงในการสื่อสาร ขณะนี้เริ่มพัฒนาเป็นการสื่อสารด้วยภาพมากขึ้น และเป็นการผสมภาพกับเสียงเข้าด้วยกัน ดังเช่นตอนนี้ โทรศัพท์สามารถสื่อสารได้ด้วยภาพและเสียงพร้อมๆกัน ดังนั้นสื่อทั้งหลายรวมถึงคอมพิวเตอร์ก็เริ่มมาใช้งานในลักษณะของภาพและเสียงมากขึ้น ทำให้มีประสิทธิภาพในการสื่อสารมากขึ้น
สื่อประเภทต่างๆ มีราคาถูกลงและประสิทธิภาพสูงขึ้น เดิมนั้น โทรศัพท์ วิทยุ โทรทัศน์ หรือแม้แต่คอมพิวเตอร์ มีราคาแพง แต่เมื่อยิ่งพัฒนากลับมีราคาถูกลง และนำมาใช้งานมากขึ้น
   
8. ให้นิสิตสรุปประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษามา 5 ข้อ
 ตอบ   1. ทำให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีความสะดวกสบายยิ่งขึ้น จากสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ
            2. ทำให้เกิดความเท่าเทียมกันในสังคม และเกิดการกระจายโอกาส เช่น การใช้ระบบการเรียน
                การสอนทางไกลผ่านดาวเทียม ทำให้เด็กที่อยู่ในชนบทหรือเด็กที่ห่างไกลความเจริญได้มีโอกาสได้เรียนรู้เหมือนเด็กที่อยู่ในเมือง
           3. ทำให้เกิดสื่อการเรียนการสอนต่างๆมากขึ้น เช่น การใช้บทเรียน คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เป็นต้น
           4. ทำให้เกิดการจัดการทรัพยากรธรรมชาติได้ดียิ่งขึ้น เช่น การรวบรวมข้อมูลเรื่องคุณภาพในแม่น้ำลำคลองต่างๆ เพื่อนำมาตรวจวัดมลภาวะ แล้วดำเนินการแก้ไขปัญหา เป็นต้น
            5. ทำให้เกิดระบบป้องกันประเทศที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น การใช้คอมพิวเตอร์มาควบคุมอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ หรือระบบป้องกันภัยต่าง ๆ เป็นต้น





9. Tablet PC คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรต่อการศึกษา และตามนโยบายของรัฐบาลได้ระบุว่าจะแจกให้กับนักเรียนนั้นนิสิตคิดว่าเหมาะสมหรือไม่ เพราะเหตุใด
               ตอบ  Tablet PC คือเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่สามารถใช้ปากกาเขียนลงไปบนหน้าจอได้เลยนั่นเอง โดยจะต้องมีซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อใช้ในเครื่องแบบนี้โดยเฉพาะ
       ประโยชน์อย่างไรต่อการศึกษา 
       1.  พกพาง่าย เป็นสมุดโน๊ต electronic
       2.  เป็นหนังสืออิเล็กทรอนิคส์ที่สามารถ download e-book จาก website มาอ่านได้
       3.  เป็นเครื่องมือจดบันทึก นัดหมาย ใช้ในงาน presentation
       4.  หน้าหนังสือพิมพ์(newspaper) อิเล็กทรอนิกส์
       5. มี web browser ให้คุณเปิดใช้ e-mail ,website ได้จากทุกที่
       6.  Multimedia เป็นเครื่องเล่นเพลง ภาพยนตร์แบบพกพา
       7. กรอบรูป อัลบั้มรูปอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องเล่นเกม
ไม่เหมาะสม   เพราะว่า จากที่รัฐบาลได้ประกาศนโยบายที่จะแจก Tablet PC ให้กับเด็กนักเรียน   ไม่ใช่ว่าจะแจกกับเด็กทุกคน   แต่ทำกับโรงเรียนนำร่องกับชั้น ป.1 ในความหมายของนักเรียนนำร่องก็คือ จะทำกับบางโรงเรียนเท่านั้นในระดับชั้น ป.1  การเลือกที่จะใช้กับเด็ก ป.1 นั้นไม่เหมาะสม เพราะเราก็ทราบกันดีว่าเด็ก ป.1 อายุแค่เพียง 6ขวบ เขายังอ่านไม่ได้เขียนไม่ได้ การเขียนภาษาไทยที่ไม่ถูกต้อง การอ่านภาษาไทยที่ไม่ชัดนั้น เป็นการทำให้ภาษาไทยซึ่งเป็นมรดกของเราเสียหาย เด็ก ป.1 ในตอนนี้ เขาต้องการครู ที่ดูแลการสอนในเรื่องของการอ่านการเขียน การใช้ Tablet นั้นเป็นแค่การมือสัมผัสบนหน้าจอ ซึ่งไม่ได้ช่วยพัฒนาหรือส่งเสริมในเรื่องการเขียนเลย  ฉะนั้นในตอนนี้เด็ก ป.1จึงต้องการครูมากกว่า Tablet เราควรจะนำเงินที่จะซื้อ Tablet มาจ้างครูที่ขาดแคลนให้เพิ่มขึ้นให้กับลูกหลานของเราในชั้น ป.1 น่าจะดีกว่า    และการใช้ Tablet กับเด็ก  นั้นจะทำให้เกิดความเสียหายอื่นๆอีกมากมาย และอาจจะมีปัญหาตามมา คือ
1.ในเรื่องสายตา การมองเห็นของเด็ก ซึ่งจะเป็นปัญหาที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว   
2. สิ่งยั่วยวนต่างๆในโลกออนไลน์ที่มากับอินเทอร์เน็ต   ในขณะที่เด็กบางคน  ซึ่งยังไม่มีวุฒิภาวะทางด้านความคิด  ทางด้านอารมณ์ และทางด้านสติ ที่จะกลั่นกรองข้อมูลต่างๆของโลกออนไลน์ สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่การลอกเลียนแบบที่อันตราย อย่างเช่น เด็กที่ดูหนังการ์ตูนแล้วกระโดดตึกชั้น 2 ที่บ้านของตัวเอง เป็นต้น






10. ให้เขียนความเหมือนและความแตกต่างระหว่าง Tablet PC , IPAD และ Notebook
ตอบ         -   ความเหมือน  Tablet PC , IPAD และ Notebook
          สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกรวดเร็ว  สามารถเก็บข้อมูลได้ดี  เมื่อเราต้องการใช้ก็สามารถเรียกใช้ได้รวดเร็ว   และยังสามารถใช้งานโปรแกรมใน Windows XP, Windows Vista ไม่ว่าจะเป็น โปรแกรมเวิร์ด เอ็กเซลล์ การใช้งานอินเตอร์เน็ต สามารถใช้งานได้เหมือน และยังเชื่อมต่อกับ Internet  , Wi-Fi ต่างๆได้แบบไร้สาย  แต่ iPad เองก็จัดอยู่ในประเภท Tablet PC  และ Tablet PC บางรุ่นก็มี    แป้นพิมพ์ในตัวที่สามารถพับปิดเปิดได้เหมือนคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก  
                   -   ความแตกต่างของ  Tablet PC , IPAD และ Notebook
           เครื่อง  Tablet PC  จอภาพสามารถหมุนปรับทิศทางและยังสามารถแยกจอภาพออกจากแป้นพิมพ์ โดยสามารถเชื่อมต่อกับแป้นพิมพ์ด้วยแป้นเชื่อมต่อ  และซัพพอร์ตเทคโนโลยีรู้จำลายมือ (Handwriting Recognition) ช่วยอ่านลายมือที่เขียนอย่างหวัด ทำงานร่วมกับปากกาสไตลัส จอภาพที่ซัพพอร์ตเทคโนโลยีทัชสกรีน  ซึ่ง IPAD การทำงานทุกอย่างจะคล้ายๆ กับ Tablet PC  แต่แค่แตกต่างกันตรงที่ จอภาพของ IPAD  ไม่สามารถสามารถหมุนปรับทิศทางเหมือนบางรันของ Tablet PC  และซัพพอร์ตเทคโนโลยีรู้จำลายมือและอ่านลายมือที่เขียนอย่างหวัด   ได้เหมือนกับ  Tablet PC  และสำหรับ Notebook  ก็มีความแตกต่างจาก Tablet PC , IPAD เช่นกัน  โดยโน้ตบุ๊กไม่สามารถที่จะ หมุนจอภาพปรับทิศทาง ไม่สามารถซัพพอร์ตเทคโนโลยีรู้จำลายมือ  ไม่สามารถช่วยอ่านลายมือที่เขียนอย่างหวัด ไม่สามารถทำงานร่วมกับปากกาสไตลัส  และจอภาพไม่สามารถที่ซัพพอร์ตเทคโนโลยีทัชสกรีนได้   และ Tablet PC , IPAD ต้องสัมผัสข้อความบนแป้นพิมพ์ต่างๆ บนจอภาพโดยเป็นระบบของเทคโนโลยีทัชสกรีน  แต่ Notebook ต้องการใช้แป้นพิมพ์บนคีย์บอร์ด ในการพิมพ์ข้อมูลเข้าสู่ตัวเครื่อง และเมาส์ในการกำหนดทิศทาง 

11. เครือข่ายสังคมออนไลน์คืออะไร นำมาประยุกต์ใช้กับการศึกษาได้หรือไม่ อย่างไร
       ตอบ    Social Network คือ การที่ผู้คนสามารถทำความรู้จัก และเชื่อมโยงกันในทิศทางใดทิศทางโดยอาศัยรูปแบบการบริการ เรียกว่าบริการเครือข่ายสังคม หรือ Social Networking Service (SNS)”   โดยเป็นรูปแบบของเว็บไซต์ ในการสร้างเครือข่ายสังคม สาหรับผู้ใช้งานในอินเทอร์เน็ต ที่ใช้เขียนและอธิบายความสนใจ และกิจกรรมที่ได้ทำ และเชื่อมโยงกับความสนใจและกิจกรรมของผู้อื่น รวมทั้งข้อมูลส่วนตัว บทความรูปภาพผลงาน พบปะ แสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนประสบการณ์ หรือความสนใจร่วมกัน และกิจกรรมอื่นๆ รวมไปถึงเป็นแหล่งข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ผู้ใช้สามารถช่วยกันสร้างเนื้อหาขึ้นได้
      เรายังสามารถนำเครือข่ายสังคมออนไลน์มาประยุกต์ใช้ในด้านการศึกษาได้ในลักษณะของการแลกเปลี่ยนความรู้ (Knowledge Sharing) ร่วมกัน เช่น การนำเสนอผลงาน การติวหนังสือด้วยกัน หรือแม้แต่กระทั่งการทำงานกลุ่มร่วมกัน


12. เครือข่ายสังคมออนไลน์ในลักษณะการเผยแพร่ตัวตนคืออะไร ให้ยกตัวอย่างมา 2 เครือข่าย
ตอบ     กลุ่มเว็บไซด์เผยแพร่ “ตัวตน” เว็บไซด์เหล่านี้ใช้สำหรับเสนอตัวตนและเผยแพร่เรื่องราวของตนเองทางอินเตอร์เน็ต หรือผู้ใช้สามารถเขียน Blog สร้างอัลบั้มรูปของตัวเอง สร้างกลุ่เพื่อนในห้องเรียน และสร้างเครือข่ายเพื่อการเรียนรู้ขึ้นมา

 13. เครือข่ายสังคมออนไลน์ในลักษณะการเผยแพร่ผลงานคืออะไร ให้ยกตัวอย่างมา 2 เครือข่าย
           ตอบ   เครือข่ายที่ใช้ในการนาเสนอผลงานของตัวเอง ผลงานของกลุ่ม ได้ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวีดีโอ รูปภาพ หรือเสียงอาจารย์สอนที่ได้จากการบันทึกในชั้นเรียนเป็นต้น  ตัวอย่าง เช่น YouTube.com, Yahoo VDO เป็นต้น
    
14. เครือข่ายสังคมออนไลน์ในลักษณะกลุ่มที่มีความสนใจตรงกันคืออะไร ให้ยกตัวอย่างมา 2 เครือข่าย
 ตอบ   เป็นเครือข่ายที่มีลักษณะเป็น Online Bookmarking หรือ Social Bookmarking โดยมีแนวคิดที่ว่า แทนที่เราจะทา Bookmark (เหมือนกับเราคั่นหนังสือ) เว็บที่เราชอบ หรือบทความรายงานที่เกี่ยวข้องกับการเรียน เก็บไว้ในเครื่องของเราคนเดียว สู้เรา Bookmark เก็บไว้บนเว็บจะดีกว่า เพื่อจะได้แบ่งให้เพื่อน ๆ คนอื่นดูได้ด้วย และเราก็จะได้รู้ด้วยว่าเว็บไซต์ใดที่ได้รับความนิยมมาก เป็นที่น่าสนใจ โดยดูได้จากจานวนตัวเลขที่เว็บไซต์นั้นถูก Bookmark เอาไว้จากสมาชิกคนอื่นๆ ตัวอย่าง ได้แก่ del.icio.us, Digg    เป็นต้น

15. เครือข่ายสังคมออนไลน์ในลักษณะทำงานร่วมกันคืออะไร ให้ยกตัวอย่างมา 2 เครือข่าย
         ตอบ  เป็นกลุ่ม SNS ที่เปิดให้สมาชิกทุกคนในกลุ่มเข้ามานำเสนอข้อมูล ความคิดหรือต่อยอด เรื่องราวต่าง ๆ ได้  ตัวอย่าง  ได้แก่
                      Wikipedia    เป็นสารานุกรมต่อยอด ที่อนุญาตให้ใครก็ได้เข้ามาช่วยกันเขียน และแก้ไขบทความต่างๆ ได้ตลอดเวลา ทาให้เกิดเป็นสารานุกรมออนไลน์ขนาดใหญ่ที่รวบรวมความรู้ ข่าวสาร และเหตุการณ์ต่างๆ ไว้มากมาย
                      Google Maps สร้างแผนที่ของตัวเอง หรือแชร์แผนที่ให้คนอื่นได้ด้วย

16. Tablet มีประโยชน์อย่างไรในวงการศึกษา
        ตอบ ใช้ในการใช้งานโปรแกรมใน Windows XP , Windows Vista ไม่ว่าจะเป็น โปรแกรมเวิร์ด เอ็กเซลล์   สามารถใช้ แทนหนังสือและสมุดในโรงเรียนได้ เป็นสื่อการเรียนรู้ ซึ่งรัฐบาลได้ให้ใช้เป็นสื่อช่วยสอน

วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2554

วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2554



ระบบการใช้สื่อการสอนและเทคโนโลยีการศึกษา
รายวิชา 400202 เทคโนโลยีการศึกษา
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554
จัดทำโดย
ชื่อนิสิต  นางสาววรัชญาภา นาน้ำเชี่ยว  รหัส  54040384   สาขาวิชา  การสอนสังคมศึกษา
เรื่องที่ใช้ในการสอน รัฐศาสตร์
กลุ่มสาระที่ใช้ในการสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา
สื่อและเทคโนโลยีการศึกษาที่เลือก
                      
                         -  หนังสือเรียน รัฐศาสตร์ Political Science
                         คำบรรยาย เนื้อหาเพิ่มเติม และแบบฝึกหัด โดย  powerpoint
                         -  วิทยากรพิเศษ เชิญมาบรรยายกฏหมาย
                         -  เครื่องขยายเสียง
                         - Write Board
                         - การจัดนิทรรศการ
                         -CD
ส่งวันที่ วันอังคารที่ 16 เดือนสิงหาคม พ.ศ.2554
            ถ้านิสิตได้รับมอบหมายให้ออกแบบระบบการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในรายวิชา กลุ่มสาระที่นิสิตได้ศึกษาอยู่ตามหลักสูตรแกนกลาง 2551
         จากเนื้อหาดังกล่าวข้างต้นเลือกมาวิเคราะห์และออกแบบระบบการใช้เทคโนโลยีตามหลักของ ASSURE MODEL ตามตัวอย่างดังกล่าวข้างต้น
 
1. วิเคราะห์ผู้เรียน (Analyze Learners)
     1.1 ลักษณะทั่วไป
            โรงเรียนวรัชญาภา  เป็นโรงเรียนขนาดปานกลาง มีจำนวนนักเรียนทั้งหมดประมาณ 1200 คน โดยเฉลี่ยจำนวนนักเรียนห้องละ 40 คน เปิดสอนในช่วงชั้นมัธยมศึกษา จำนวนชั้นละ 7 ห้อง เป็นโรงเรียนที่เน้นการเรียนการสอนสาย ภาษา-สังคม ฐานะทางครอบครัวส่วนมากอยู่ในระดับกลางถึงฐานะดีไม่ถึงกับจนมาก ความรู้ความสามารถพื้นฐานแตกต่างกัน บางคนมีความรู้สูงกว่าเกณฑ์ บางคนก็อยู่ในระดับที่ยังไม่ดีมากเท่าไหร่นัก

         1.2ลักษณะเฉพาะ
1.2.1 นักเรียนบางส่วนยังขาดความรู้ความเข้าใจพื้นฐานในการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา  เนื่องจากเป็นวิชาที่ต้องอาศัยการอ่าน และการบรรยายอย่างลึกซึ้ง
              1.2.2 นักเรียนส่วนมากไม่ค่อยขยันที่จะอ่านหนังสือ ทำให้ไม่เข้าใจในเนื้อหาที่เรียน
1.2.3 นักเรียนไม่ให้ความสนใจในการเรียนรัฐศาสตร์เท่าที่ควร เนื่องจากว่าเห็นเป็นเรื่องไกลตัว
2. กำหนดเป้าหมาย (State Objectives)
           2.1    ด้านพุทธิพิสัย  คือ เป็นวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้เพื่อวัดการเรียนรู้ของผู้เรียนเกี่ยวกับความรู้ ความเข้าใจ สติปัญญา และการพัฒนา
  2.1.1. สามารถรู้ถึงกฏหมายต่างๆ เข้าใจในการเมือง การเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน
                2.1.2. สามารถนำเนื้อหาที่ได้เรียนมาปรับใช้ให้เข้าในชีวิตประจำวัน
  2.1.3. สามารถอธิบายหรือวิจารย์การเมืองได้อย่างถูกต้อง
  2.1.4. สามารถเป็นกรรมการเลือกตั้งได้ เนื่องจากเรียนการเลือกตั้งมาแล้ว
           2.2 ด้านจิตพิสัย
                 2.2.1. การนำความรู้ไปใช้ในการทำงานได้อย่างเหมะสมต่อชีวิตและสังคม
                 2.2.2. มีคุณธรรมจริยธรรมและจรรยาบรรณในการประกอบอาชีพ
                 2.2.3. รู้และเข้าใจในกฏหมาย เพื่อที่จะนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน จะได้รู้เท่าทันคนอื่น
           2.3. ทักษะพิสัย
   2.3.1. ผู้เรียนนัฐศาสตร์ไปใช้ในการทำงานอย่างเป็นระบบและถูกวิธีตามหลักต่างๆและ สามารถตรวจสอบว่าถูกหรือผิดได้
   2.3.2. สามารถนำศาตร์มาช่วยในการสอนผู้อื่นได้และนำไปเสนอผลงานต่างๆ
3. การเลือกดัดแปลงหรือออกแบบสื่อใหม่
การพิจารณาเลือกสื่อการเรียนการสอนที่มีอยู่แล้ว
                         -  หนังสือเรียน รัฐศาสตร์ Political Science
                         คำบรรยาย เนื้อหาเพิ่มเติม และแบบฝึกหัด โดย  powerpoint
                         -  วิทยากรพิเศษ เชิญมาบรรยายกฏหมาย
                         -  เครื่องขยายเสียง
                         - Write Board
                         - การจัดนิทรรศการ
                         -CD


ชนิดของสื่อ
ความสนใจของผู้เรียน
วัตถุประสงค์ในการใช้สื่อ
เทคนิคการใช้
ข้อจำกัดในการใช้
ผลการพิจารณา
หนังสือเรียน รัฐศาสตร์ Political Science
น้อย
เพื่อให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าทบทวนบทเรียนได้ด้วยตนเอง
ใช้เป็นเอกสารอ้างอิง
และขยายความเพิ่มเติม
จากสื่อประเภทอื่นๆ
-นักเรียนส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบเอาหนังสือมาเรียนด้วย
คำบรรยาย เนื้อหาเพิ่มเติม และแบบฝึกหัด โดย  powerpoint
ปานกลาง
เพื่อดึงดูดความสนใจจากตัวนักเรียน เนื่องจากนักเรียนอาจจะเบื่อการเรียนในหนังสือ
เป็นการบรรยายเพิ่มเติมนอกเหนือจากในหนังสือ
-แผ่นที่มีมาตรฐานสูงไม่สามารถใช้เครื่องเล่นมาตรฐานธรรมดาได้
วิทยากรพิเศษ เชิญมาบรรยายกฏหมาย
มาก
เพื่อให้นักเรียนได้รู้ริงจากผู้ที่มีประสบการณ์โดยตรง เพื่อที่เวลามีข้อสงสัยซักถาม จะได้กระตือรือล้นถามจากวิทยากรผู้มาบรรยาย
เชิญวิทยากรผู้ที่มีความรู้อย่างลึกซึ้ง และมีประสบการณ์จริงมาอธิบาย
-
เครื่องขยายเสียง
ปานกลาง
เพื่อให้ผู้เรียนได้ฟังการบรรยายอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
มีเทคนิคการพูดที่ดีและน่าสนใจ

-
Write Board
น้อย
เพื่อขยายความหมายเพิ่มเติมออกไปให้กว้างขวางนอกเหนือจากสื่ออื่นๆ
เขียนบรรยายเพิ่มเติม
- ผู้สอนต้องหันหลังให้กับผู้เรียน
-ข้อมูลต่างๆ ถูกลบไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้
- ไม่สามารถอ่านตัวอักษรบนกะดานได้ไกลมากนัก
การจัดนิทรรศการ
ปานกลาง
- เพื่อเป็นการศึกษาที่เรียนรู้ด้วยตนเอง
- เพื่อความรับผิดชอบในการเรียนรู้ของนักเรียน
-นำเสนอข้อมูลเนื้อหาบทเรียนเกี่ยวกับรัฐศาสตร์เพื่อเพิ่มความรู้ต่างๆให้กับนักเรียน
- สถานที่อาจจะไม่เอื้ออำนวยต่อการรับผู้ชมเข้ามาชม
- อาจมีงบประมานไม่เพียงพอ

ออกแบบสื่อใหม่
           วางแผนจัดทำสื่อขึ้นมาใหม่ เนื่องจากไม่สามารถที่จะซื้อสื่อเหล่านี้ได้หมด และไม่สามารถทำการ Copy ได้เนื่องจากติดในเรื่องของการคุ้มครองในด้านลิขสิทธิ์ทางทรัพย์สินและปัญญาของสำนักอื่นๆจึงไม่สามารถทำได้ จึงได้จัดทำสื่อขึ้นมาใหม่โดยจัดทำ  CD โดยใช้โปรแกรม power point โดยใส่เนื้อหาลงไปอย่างครอบคลุมและชัดเจน โดยผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน โดยครูเป็นผู้จัดทำและแจกแผ่น CD ให้นักเรียนทุกคนไปใช้ และให้ใบบันทึกการใช้สื่อแก่นักเรียนและอธิบายบอกถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้และสามารถนำไปใช้ได้ และผู้สอนก็ทำการทดสอบ  เพื่อทดสอบสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปแล้วเป็นรายบุคคล
4.  การใช้สื่อ
ขั้นตอนการใช้สื่อการเรียนการสอน มีขั้นตอนที่สำคัญอยู่ 4 ขั้นตอน คือ
1. ศึกษาทำความเข้าใจเนื้อหาในสื่อ / ทดลองใช้
ก่อนนำสื่อการเรียนการสอนมาใช้ต้องมีการตรวจสอบเนื้อหาว่าตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่ และทดลองใช้ดูว่ามีปัญหาหรือไม่ ถ้ามีจะได้แก้ไขปรับปรุงได้ทัน

2. เตรียมความพร้อมด้านสภาพแวดล้อม / จัดเตรียมสถานที่
                การที่จะใช้สื่อการเรียนการสอนจำเป็นที่ต้องมีการเตรียมสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก
แสง การระบายอากาศ และอื่น ๆ ให้เหมาะสมกับการใช้สื่อการสอนแต่ละชนิด

3. เตรียมความพร้อมของผู้เรียน
              ผู้เรียนจะเกิดการเรียนรู้จากการใช้สื่อการเรียนการสอนได้ดีนั้น จะต้องมีการเตรียมผู้เรียนให้พร้อมที่จะเรียนเรื่องนั้น ๆ โดยการแนะนำสิ่งที่จะนำเสนอ  อาจจะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น การเร้าความสนใจเพื่อให้เด็กสนใจและไม่เบื่อ หรือเน้นจุดที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้ผู้เรียนมีเป้าหมายในการฟังหรือดูสิ่งที่ผู้สอนนำเสนออันจะนำไปสู่การเรียนรู้ที่ดีได้

4. ขั้นตอนการนำเสนอ / การควบคุมชั้นเรียน
ผู้สอนที่ทำหน้าที่ผู้เสนอสื่อการเรียนการสอนนั้น ในการนำเสนอควรปฏิบัติดังนี้
       4.1 ต้องทำตัวเป็นตัวกลางที่จะทำให้การนำเสนอครั้งนั้นประสบความสำเร็จ โดยการทำตัวให้เป็นธรรมชาติ หลีกเลี่ยงท่าทางที่ไม่เหมาะสมที่ติดเป็นนิสัย    เพราะจะทำให้ผู้เรียนสนใจ ท่าทางเหล่านี้แทน
      4.2 ท่าทางการยืน ต้องยืนหันหน้าให้ผู้เรียน ถ้ายืนเฉียงก็ต้องหันหน้าหาผู้เรียน   ไม่ควรหัน ข้างหรือหันหลังให้ผู้เรียน
      4.3 ขณะที่บรรยายนำเสนอสื่อการเรียนการสอนต้องสอดแทรกอารมณ์ขันบ้างเพื่อให้เด็กเกิดอารมณ์ขบขันไม่น่าเบื่อ
     4.4 ประเมินความสนใจของผู้เรียน โดยใช้การกวาดสายตามองผู้เรียนให้ทั่วทั้งชั้นซึ่งเป็นการแสดงความสนใจผู้เรียน และวิเคราะห์สีหน้า ท่าทางของผู้เรียนไปพร้อมกัน
      4.5 อย่าใช้เวลาเตรียมสื่อนานเกินไปจะทำให้ผู้เรียนเกิดความเบื่อหน่าย
      4.6 นำเสนอให้ถูกวิธีตามที่ได้มีการทดลองใช้มาก่อนแล้ว
      4.7 มีความรู้มากพอที่จะตอบคำถามเด็กได้ เมื่อเด็กเกิดการสงสัย
  5. การกำหนดการตอบสนองและความต้องการของผู้เรียน
              ผู้สอนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถ ตอบสนองโดยเปิดเผยโดยการพูดหรือเขียน และการตอบสนองภายในตัวผู้เรียนโดยการท่องจำหรือคิดในใจ  โดยอาจจะมีการตอบคำถามโดยมีรางวัลมอบให้แก่ผู้ที่ตอบถูก ลักษณะเช่นนี้จะเป็นตัวดึงดูดให้นักเรียนสนใจเรียนเพราะมีกิจกรรมให้ทำ และเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนให้มากที่สุด แล้วสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ และการทดสอบแบบปากเปล่าและใบงานเพื่อให้ผู้เรียนทราบว่าตนมีความเข้าใจและเกิดการเรียนรู้ที่ถูกต้องหรือไม่


6 การประเมินการใช้สื่อ (Evaluation)
      หลังจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแล้วนั้นจำเป็นต้องมีการประเมินกระบวนการ  การเรียนการสอนเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับผู้สอนว่าสื่อที่นำไปใช้นั้นบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้หรือไม่
1.   การประเมินผลการเรียนการสอน
1.1 นักเรียนมีส่วนร่วมหรืปฏิสัมพันธ์กับผู้สอนมากน้อยเพียงใด
1.2 นักเรียนให้ความสนใจเนื้อหาและใส่ใจบทเรียนหรือไม่
1.3 ในชั้นเรียนมีการเตรียมบรรยากาศสถานที่ที่เหมาะสมหรือไม่
1.4 การจัดลำดับเนื้อหาที่นำมาสอนเป็นไปตามลำดับขั้นตอนหรือไม่
1.5 ผู้เรียนเข้าใจและสามารถใช้เรื่องที่สอนไปมากน้อยเพียงใดหลังจากเรียนจบแล้ว

2.   การประเมินสื่อและวิธีการเรียนการสอน
2.1 ผู้สอนสามารถใช้สื่อได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสื่อหรือไม่
2.2 สื่อช่วยให้นักเรียนเข้าใจบทเรียนได้ง่ายขึ้นหรือไม่
2.3 สื่อมีความชัดเจนเหมาะสมกับจำนวนผู้เรียนหรือไม่
2.4 สื่อที่ใช้สามารถใช้ได้ควบคุมเนื้อหาและวิธีการสอนของผู้สอนหรือไม่
2.5 สื่อที่ใช้สอนตรงประเด็นกับเรื่องที่สอนหรือไม่
2.6 สื่อที่ใช้มีความเหมาะสมต่อกลุ่มเป้าหมายหรือไม่

 3.   การประเมินผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน
3.1 ให้ทำการทดสอบผู้เรียนก่อนและหลังทำการเรียนการสอนโดยใช้สื่อชนิดต่างๆ
3.2 สังเกตจากการสื่อสารระหว่างผู้สอนและผู้เรียน เช่น การถาม ตอบ ระหว่างการเรียนการสอน
3.3 ให้ชิ้นงานหรือแบบฝึกหัดเพื่อแสดงความคิดเห็นหรือความเข้าใจในเนื้อหาของผู้เรียนและทำการทดสอบเพื่อนำผลมาประเมินสื่อ